Saturday, March 27, 2010

“โรคพิษสุนัขบ้า” อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ไม่แน่ใจปรึกษาแพทย์ด่วน

พิษสุนัขบ้า หลาย คนคงจะไม่รู้สึกตื่นกลัวกับโรคนี้สักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าเกิดจากการถูกหมาจรจัดกัด และมันคงจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หากไม่ทะเลอทะล่ามากไปนัก แต่ล่าสุดทำเอาถึงกับอึ้งและต้องหันมาสนใจกับโรคนี้อีกครั้ง!! เมื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ที่มีงานอดิเรกเป็นคนขายสุนัขในตลาดนัดชื่อดัง เสียชีวิตด้วย โรคพิษสุนัขบ้า จากการถูกหมาของตนเองกัด ทั้งที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสถิติโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้มีแนวโน้มสูงน่ากลัวมาก เมื่อปี 51 มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 9 คน ปี 52 สูงขึ้นเป็น 25 ส่วนปี 53 เพิ่งต้นปีเสียชีวิตไปแล้วถึง 6 คน

จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงสุนัข จำเป็นต้องหันมาทำความเข้าใจกับโรคนี้อย่างลึกซึ้งอีกครั้งว่า โรคพิษสุนัขบ้า หรือที่เราเรียกกันตามอาการว่า โรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส ทำ ให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น คน สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว หนู ฯลฯ ถ้าเป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย ในปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่จะรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้

ซึ่งคนเรานั้นจะสามารถติดโรคดังกล่าวจากสัตว์ได้ 2 ช่องทาง คือ ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด ซึ่งเชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่ถูกกัด หรือ ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย โดยปกติคนถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย จะไม่ติดโรคจากสัตว์เหล่านั้น นอกเสียจากว่าบริเวณที่ถูกเลียจะมีบาดแผลหรือรอยถลอกหรือรอยขีดข่วน โดยคนนั้นไม่ได้สังเกต ในกรณีนี้จะทำให้สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ รวมทั้งถูกเลียที่ริมฝีปากหรือนัยน์ตาอีกด้วย

โดยผู้ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้านั้น จะมีอาการทางประสาท โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง ในระยะ 2-3 วันแรก อาจมีไข้ต่ำๆ ต่อไปจะมีอาการเจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันหรือปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณแผลที่ถูกกัด ทั้งๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว ต่อไปจะมีอาการตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม และไม่ชอบเสียงดัง กลืนลำบาก แม้จะเป็นของเหลวหรือน้ำ เจ็บมากเวลากลืน เพราะการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน แต่ยังมีสติพูดจารู้เรื่อง ต่อไปจะเอะอะมากขึ้น และสุดท้ายอาจมีอาการชัก เป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิต เนื่องจากส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด

เมื่อมันสามารถคร่าชีวิตคนไปแบบง่ายๆเช่นนี้ โรคพิษสุนัขบ้า คงจะไม่ใช่โรคเล่นๆ อีกต่อไป อย่างที่คนเราส่วนใหญ่คิดกันอยู่ ดังนั้น เมื่อถูกหมากัด สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ล้างแผล ด้วยสบู่กับน้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อล้างเชื้อออกจากบาดแผล ถ้ามีเลือดออกควรปล่อยให้เลือดไหลออก อย่าบีบหรือเค้นแผล เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปส่วนอื่น หลังจากนั้นควร ใส่ยา เช่น เบตาดีน ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือ แอลกอฮอล์ 70 % เพื่อฆ่าเชื้อโรค อย่าใส่สิ่งอื่น เช่น เกลือ ยาฉุน ลงในแผล อย่างเด็ดขาด และไม่ควรเย็บแผล ถ้าจำเป็นควรรอไว้ 3-4 วัน ถ้าเลือดออกมากหรือแผลใหญ่อาจเย็บหลวม ๆ และใส่ท่อระบายไว้ และขั้นตอนสุดท้าย ควรรีบไปหาแพทย์หรือสัตวแพทย์ทันทีที่ถูกกัด เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและเซรุ่ม อย่ารอจนสัตว์ที่กัดตาย เมื่อสัตว์ตายรีบตัดหัวส่งตรวจโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ เราควรกักสัตว์ที่กัดไว้ดูอาการอย่างน้อย 15 วัน โดยให้น้ำและอาหารตามปกติ อย่าฆ่าสัตว์ให้ตายทันที เว้นแต่สัตว์นั้นดุร้ายกัดคนหรือสัตว์อื่นหรือไม่สามารถกัดสัตว์ไว้ได้ ถ้าสัตว์หนีหายไปให้ถือว่าสัตว์นั้นเป็นโรคพิษสุนัขบ้า

และหากเราไม่อยากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคพิษสุนัขบ้าแล้วล่ะก็!!! หากบ้านคุณเลี้ยงสุนัขหรือแมวก็ไม่ควรปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่าน เพราะสุนัขจรจัดที่อยู่ข้างถนนเป็นตัวแพร่เชื้อโรคที่สำคัญ อาจกัดคนที่เดินผ่านไปมาหรือกัดสุนัขอื่นทำให้เป็นโรคได้ นอกจากนี้แมวและหนูที่วิ่งเข้าวิ่งออกบ้านคุณเป็นว่าเล่นนั้น ก็ถือเป็นพาหะแพร่เชื้อนี้ที่สำคัญได้เช่นกัน หากสัตว์เลี้ยงของคุณเกิดไปกัด หรือโดนกัดเข้า ก็สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน...

อย่าปล่อยให้สุนัขหรือแมวของคุณมีลูกมากจนเกินไป ควรทำหมันทั้งตัวผู้และตัวเมีย หรือฉีดยาคุมกำเนิดให้สัตว์เลี้ยงเพศเมีย เพราะหากเลี้ยงไม่ไหว อาจต้องนำไปปล่อยให้กลายเป็นสุนัขจรจัดและเป็นปัญหาของสังคมต่อไป และควรไปฉีดวัคซีนป้องกันทุกปี ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า 2535 ที่จะต้องนำสุนัขอายุระหว่าง 2-4 เดือน ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดซ้ำตามที่สัตวแพทย์กำหนดอีกด้วย...

เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคพิษสุนัขบ้าอย่างแน่นอน...
ที่มา http://www.thaihealth.or.th/node/14314

No comments:

Post a Comment